วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Spiny Orb Weaver (แมงมุมหนาม)


 Spiny Orb Weaver (แมงมุมหนาม)



      




                    แทนที่จะเป็นสายพันธุ์โดดๆเหมือนตัวอื่นในลิสต์ แมงมุมหนาม เป็นจีนัสที่มีสายพันธุ์ประมาณ70สายพันธุ์ และอีกมากที่รอการค้นพบ สามารถพบได้ทั่วโลกแต่ไม่มีอันตรายใดๆ ซึ่งขัดกับหน้าตาอันน่ากลัวของมันยิ่งนัก หนามและเขาบนตัวของมันดูเหมือนจะทำให้นกไม่สนใจที่จะกินมัน และแมงมุมพวกนี้มีนิสัยแปลกคือจะเติม ธง เอาไว้ที่ขอบใยของมันด้วย ธงพวกนี้จะช่วยให้นกมองเห็นได้ว่ามีใยอยู่ตรงนี้ และไม่ไปบินชนมันจนขาดกระจุย แมงมุมหนามสามารถพบได้ทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่สวนใกล้ๆบ้าน ใครเคยเห็นก็มาเล่าสู่กันฟังด้วยละ!

 อ้างอิง : Tanbabasnake

Argyroneta aquatica (แมงมุมน้ำ)

Argyroneta aquatica (แมงมุมน้ำ)





              แมงมุมน้ำเป็นแมงมุมสายพันธุ์เดียวบนโลกที่อาศัยอยู่ใต้น้ำได้ พบในยุโรปและเอเชีย ในบ่อน้ำหรือแม่น้ำที่ไหลช้าๆหรือตื้นๆ เนื่องจากมันหายใจในน้ำไม่ได้เหมือนปลา มันจึงสร้างที่เก็บอากาศเอาไว้ด้วยใยของมัน และเอาอากาศจากผิวน้ำมาใส่ด้วยขนตามขาและตัวของมัน เมื่อเติมอากาศจนเต็ม ใยของมันจะมีสีเงินวาว นั่นเป็นที่มาของชื่อมัน (Argyroneta แปลว่า ใยสีเงินแมงมุมน้ำใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในห้องอากาศของมัน อาหารของมันคือสัตว์น้ำไม่มีกระดูกสันหลังอะไรก็ได้ที่มันจับได้ และบางทีมันก็กินลูกอ๊อดกับปลาตัวเล็กๆด้วยเช่กนัน

อ้างอิง : Tanbabasnake

Assassin spider (แมงมุมลอบสังหาร)

Assassin spider (แมงมุมลอบสังหาร)




                         แมงมุมชนิดนี้สามารถหาพบได้ในมาดากัสการ์ และส่วนหนึ่งของแอฟริกากับออสเตรเลีย แมงมุมประหลาดตัวนี้มีคอที่ยาวมากซึ่งออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักของกรามที่ใหญ่ยักษ์ มันมักจะกินแมงมุมตัวอื่นเป็นอาหาร!! ใช้อำนาจในการข่มขู่เพื่อนแมงมุมกันเอง!! แต่ถึงแม้มันจะมีรูปร่างน่ากลัวและมีชื่อน่าสยองแต่มันก็ไม่มีอันตรายใดๆต่อมนุษย์สุดเมพอย่างพวกเราเลยสักนิด แต่มันเมพกว่าพวกเราตรงที่ มันอยู่รอดมาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์เชียว!!! นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมมันถึงมีหน้าตาแบบที่เค้าฮิตกันในสมัยก่อน

อ้างอิง : Tanbabasnake



วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Bagheera kiplingi (แมงมุมแบกีรา)

              Bagheera kiplingi (แมงมุมแบกีรา)

  
                                    

                  แมงมุมตัวนี้ถูกตั้งชื่อตามชื่อของเสือดำในเรื่อง The jungle book  เพราะความเร็วที่เหมือนกับเสือดำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของแมงมุมกระโดดอยู่แล้ว แต่ว่าแมงมุมกระโดดโดยปกตินั้นจะเป็นแมงมุมกินเนื้อ แต่เจ้าแบกีรานั้นแทบจะเป็นมังสวิรัติ มันกินหน่อของต้ยAcacia และน้ำหวานจากเกสรดอกไม้!!!ส่วนความเร็วของมันก็เอาไว้ใช้แค่หนีจากมดที่คอยป้องกันต้นAcaciaจากสัตว์อื่น ในบางครั้งแมงมุมตัวนี้จะกินตัวอ่อนมด และถ้าหิวชิบหาย มันจะกินพวกของมันเอง!! ที่แปลกอีกคือ ในThe jungle book มีตอนที่อาหารขาดแคลนมาก และเจ้าเสือดำแบกีรามันบอกว่าอยากจะกินพืชบ้าง!

อ้างอิง : Tanbabasnake

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แมงมุมแส้

                        
แมงมุมแส้ 




                         มักถูกเรียกว่าแมงมุมแส้ แต่ชื่อนี้เองก็ถูกใช้กับพวกขาข้อปล้องอีกตัวทำให้อาจงงเป็นอันได้ ส่วนเจ้าตัวนี้พบในออสเตรเลีย มันมีส่วนท้องที่ยาวและบางเหมือนงู ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของมัน Colubrinus แปลว่า เหมือนงู และหน้าตาประหลาดๆของมันก็เหมือนเดิม ใช้พรางตัว โดยทำให้เหมือนกิ่งไม้ที่ติดใยแมงมุมอยู่ ทำให้นักล่าหลายๆตัวมองไม่เห็นแล้วเดินจากไป และเหยื่อเองก็ไม่เห็นมันเช่นกัน แมงมุมแส้อยู่ในตระกูลเดียวกับแมงมุมแม่ม่ายดำที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินความน่ากลัวของมันดี แต่ก็ไม่สามารถทราบได้ว่าแมงมุมแส้นี้มีพิษรุนแรงเช่นเดียวกันหรือไม่ แต่มักจะสรุปกันว่ามันไม่มีอันตรายเนื่องจากธรรมชาติของมันเป็นแมงมุมที่เชื่อง และมีเขี้ยวสั้นๆ
อ้างอิง : Tanbabasnake

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แมงมุมปูขี้นก


แมงมุมปูขี้นก


    
                                                  
แมงมุมปูขี้นก (อังกฤษBird dung crab spider ) จัดเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง อยู่ในไฟลัมArthropoda ชั้น Arachnida อันดับ Araneae เป็นแมงมุมที่มีลักษณะคล้ายปูขนาดเล็ก มีลำตัวค่อนข้างกว้างและแบน ขาทั้ง 4 คู่ยื่นออกไปทางด้านข้างของลำตัว โดยขาสองคู่หน้ามีขนาดใหญ่และยาวกว่าขาสองคู่หลัง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีสีค่อนข้างอ่อนหรืออาจมีสีที่ใกล้เคียงกับพื้นหลัง ทั้งนี้เพื่อเป็นการพรางตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม แมงมุมกลุ่มนี้จะไม่สร้างใยเพื่อดักจับเหยื่อ แต่จะซุ่มโจมตีเหยื่ออยู่บริเวณดอกไม้ ใบไม้ พื้นดิน เป็นต้น 
แมงมุมปูขี้นกนั้นจัดอยู่ในสกุล Phrynarachne ซึ่งถูกค้นพบบริเวณแถบเอเชียและแอฟริกาเป็นส่วนใหญ่ พบแล้วประมาณ 30 ชนิด ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีรายงานการศึกษาในสกุลนี้ค่อนข้างน้อย 
แมงมุมปูขี้นก ถือเป็นสิ่งชีวิตที่ประสบความสำเร็จในการพรางตัวมากที่สุดตัวหนึ่ง เนื่องจากร่างกายของมันมีรอยเปื้อนก้อนเล็กๆขึ้นเต็มไปหมด ซึ่งทำให้มันมีลักษณะเหมือนขี้นกที่สดใหม่ นอกจากนี้มันยังเพิ่มการเลียนแบบขี้นก โดยการอยู่บนใยสีขาวที่มันสร้างขึ้นมา เอาขาแนบชิดกับลำตัวและไม่แสดงการเคลื่อนไหวเป็นระยะเวลานาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการทำให้สิ่งมีชีวิตอื่นเกิดการเข้าใจผิดว่าเป็นรอยเปื้อนของขี้นกที่อยู่บนใบไม้และเพื่อเป็นการป้องกันตัวจากการถูกจับกินโดยศัตรู
แมงมุมปูขี้นกสามารถสร้างกลิ่นและปล่อยกลิ่นที่เหมือนกับกลิ่นของอุจจาระหรือปัสสาวะได้ ซึ่งวิธีการสร้างกลิ่นนี้ถือเป็นวิธีการที่ฉลาดมากในการดึงดูดแมลงบางกลุ่ม เช่น แมลงวัน ให้เข้ามาและหลังจากนั้นมันก็จะโจมตีเหยื่อทันที
อ้างอิง : wikipedia


แมงมุม

       

แมงมุม


                        
                           
                                                              
             
               แมงมุม (อังกฤษ: Spider) จัดเป็นสิ่งมีชีวิตพวกสัตว์ขาปล้อง หรืออาร์โธพอด เช่นเดียวกับแมลง, กิ้งกือ, ปู เป็นต้น จัดอยู่ในอันดับ Araneae (/อา-รัค-เน/) มีรูปทรง ลักษณะ และขนาดแตกต่างหลากหลายกันออกไป บางชนิดมีลำตัวที่กว้างมาก บางชนิดมีรูปร่างที่เพรียวยาว ขณะที่บางชนิดกลับมีรูปร่างที่คล้ายกับสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตประเภทอื่น เช่น มด หรือปู เพื่อใช้ในการพรางตัว

               โดยแมงมุมนั้นถูกค้นพบแล้วกว่า 40,000 ชนิด และก็ยังมีชนิดใหม่ ๆ ถูกค้นพบเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าจำนวนที่ถูกค้นพบนี้เป็นเพียงแค่ครึ่งเดียวของทั้งหมดที่มีเท่านั้น โดยแมงมุมขนาดเล็กที่สุด พบที่โคลัมเบีย ในทวีปอเมริกาใต้ มีความยาวเพียง 0.4 มิลลิเมตรเท่านั้น และที่ชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ แมงมุมกินนกโกไลแอท มีความยาวลำตัว 12-13 เซนติเมตร หรือขนาด 25-33 เซนติเมตรเลยทีเดียว

              แมงมุมพบได้ในแทบทุกภูมิภาคของโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งในทะเลทรายที่แห้งแล้งและร้อนอบอ้าว หรือในถ้ำลึก หรือภูเขาสูง หรือในน้ำ แต่ทั้งหมดเป็นสัตว์กินเนื้อ

               แมงมุมกินอาหารจำพวก เพลี้ยอ่อน, ตัวหนอน, ผีเสื้อ, แมลงวัน, ยุง, ปลวก, ด้วง, มด เป็นตัน จึงมีความสำคัญในระบบนิเวศทางการเกษตร และระบบนิเวศทั่วไป โดยส่วนใหญ่เมื่อจะล่าเหยื่อจะสร้างใยเพื่อเป็นรังอาศัย และดักเหยื่อ ในขณะที่บางชนิดไม่สร้างใยก็มี ซึ่งก็จะมีการใช้เส้นใยที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละชนิด ขึ้นอยู่กับรูปแบบการอยู่อาศัยของแมงมุมในแต่ละชนิดในพื้นที่นั้น ๆ[2]

อ้างอิง : wikipedia